ภัทร คอนเทนเนอร์ ผู้คิดค้นฝาพลาสติกมีเดือยติดช้อนเป็นรายแรกในไทย

ภัทร คอนเทนเนอร์ ผู้คิดค้นฝาพลาสติกมีเดือยติดช้อนเป็นรายแรกในไทย
ในโลกของบรรจุภัณฑ์อาหาร รายละเอียดเล็ก ๆ มักสร้างความแตกต่างครั้งใหญ่ หนึ่งในนวัตกรรมที่สะดุดตาและตอบโจทย์ผู้บริโภค คือ ฝาพลาสติกไอศกรีมที่มีเดือยใต้ฝา สำหรับติดกับช้อนพลาสติก ซึ่งนอกจากสะดวกใช้งานง่ายแล้ว ที่สำคัญคือช่วยให้สายการผลิตและประกอบนั้นรวดเร็ว ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยจึงสามารถผลิตฝาพร้อมช้อนได้มากกว่า 100,000 ชิ้นต่อวัน
จุดเริ่มต้นของแนวคิด
นวัตกรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ต้องย้อนกลับในปี พ.ศ.2559 (ค.ศ.2016) คุณชัยนาท ทองบุญตา ผู้จัดการโรงงาน เสนอแนวคิดที่จะทำอย่างไรให้ฝาพลาสติกและช้อนพลาสติกนั้นสามารถผลิตได้จำนวนมาก เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในตลาด โดยต้องไม่กระทบในด้านการใช้งานและทำให้ผู้บริโภคยังคงใช้งานได้สะดวก ง่ายดาย เช่นเดิม
ในตอนนั้น ฝาพลาสติกไอศกรีมในตลาดมีน้อย และมีการออกแบบที่ใช้เขี้ยวล็อคหัว-ท้ายของช้อนไอศกรีม ซึ่งการออกแบบแบบนี้จะไม่สามารถทำงานร่วมกับเครื่องจักรได้ ต้องใช้มนุษย์ในการประกอบเท่านั้น จึงได้เริ่มศึกษาว่า รูปทรงนั้นต้องเริ่มจาก วงกลม ซึ่งเป็นลักษณะการเคลื่อนที่ของเครื่องจักร 360 องศา ที่ไม่สนใจทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นพิเศษ จากนั้นจึงคิดว่าต้องมีเดือย ที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอกเล็กๆ ยื่นออกมา และต้องอยู่ตรงกลางของพื้นที่ฝาเท่านั้น
การพัฒนาแนวคิดสู่รูปธรรม
เมื่อได้ข้อสรุปว่ารูปทรงกระบอกคือคำตอบที่สอดคล้องกับการทำงานของเครื่องจักรอัตโนมัติ ทีมงานจึงเริ่มออกแบบฝาพลาสติกโดยมี เดือยทรงกระบอกเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากตรงกลางฝา เดือยนี้ทำหน้าที่เป็นจุดยึดสำหรับช้อนพลาสติก ซึ่งสามารถใส่ลงไปล็อกได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องอาศัยแรงงานคนในการประกอบเหมือนการออกแบบเดิมอีกต่อไป
ความท้าทายและการทดลอง
การออกแบบครั้งแรกต้องผ่านการทดลองหลายรอบ ทั้งในด้านความแข็งแรงของเดือย ความยืดหยุ่นของพลาสติก และความเข้ากันได้กับเครื่องจักรที่ผลิตจำนวนมาก ทีมงานต้องปรับขนาด ความสูง และมุมของเดือยให้เหมาะสม เพื่อให้ช้อนสามารถตอกลงบนฝาได้ง่าย ,แม่นยำที่สุด และต้องแน่นไม่หลุดเลื่อนระหว่างการขนส่งหรือการจัดเก็บ
ผลลัพธ์ที่ได้
หลังจากการทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ภัทร คอนเทนเนอร์ สามารถผลิตฝาพลาสติกไอศกรีมที่มีเดือยติดช้อนได้ในเชิงอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2560 ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาการประกอบด้วยแรงงานคน แต่ยังทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว


